เอกสารนำเข้าที่ต้องรู้
เอกสารนำเข้าแต่ละฉบับเล่าเรื่องเดียวกันคนละด้าน ทั้งสิ่งที่ซื้อขาย วิธีแพ็ก ผู้ขนส่ง และเงื่อนไขปล่อยสินค้า แม้มีเอกสารดูครบแล้ว ก็ยังติดขัดได้หากข้อมูลไม่ตรงกัน
ใช้คู่มือนี้เตรียมชุดเอกสารร่วมกับผู้ขายและตัวแทนออกของ เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับสินค้า วิธีขนส่ง รูปแบบพิธีการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทุกชิปเมนต์ต้องใช้ทุกฉบับในบทความนี้
Commercial Invoice กับ Packing List
Commercial Invoice: ข้อมูลซื้อขายและมูลค่า
Commercial Invoice หรือบัญชีราคาสินค้าออกโดยผู้ขาย ระบุคู่ค้า รายการสินค้า จำนวน ราคา และสกุลเงิน ใช้ประกอบข้อมูลมูลค่าที่สำแดงและช่วยให้ตัวแทนออกของเข้าใจงาน ควรเช็กเลขที่และวันที่ คำอธิบายที่ชัดเจน ราคาต่อหน่วย ยอดรวม ข้อมูลถิ่นกำเนิด และเงื่อนไขซื้อขาย รวมถึงค่าระวาง ประกัน หรือรายการอื่นที่แยกแสดง
ใบแจ้งราคาไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าผู้ซื้อชำระแล้ว อาจต้องใช้หลักฐานชำระเงิน รายการธนาคาร หรือเอกสารประกอบแยกต่างหาก ส่วน Pro Forma Invoice เป็นเอกสารเสนอข้อมูลเบื้องต้น จึงไม่ควรถือว่าใช้แทนเอกสารการค้าฉบับจริงที่พิธีการนั้นต้องการได้เสมอ
Packing List: รายละเอียดสินค้าที่แพ็กจริง
Packing List หรือบัญชีบรรจุหีบห่อเชื่อมรายการสินค้าเข้ากับกล่อง ลัง หรือพาเลต ควรใช้ค้นหาสินค้าและตรวจจำนวนหีบห่อ เครื่องหมาย ขนาด น้ำหนักสุทธิ และน้ำหนักรวมได้ น้ำหนักสุทธิคือน้ำหนักตัวสินค้า ส่วนน้ำหนักรวมรวมบรรจุภัณฑ์ ระบุหน่วยให้ชัดและใช้ตัวเลขหลังแพ็กจริง
Packing List ใช้แทน Invoice ไม่ได้ เพราะฉบับหนึ่งอธิบายการบรรจุ อีกฉบับอธิบายการซื้อขาย เช่น สินค้า 100 ชิ้น บรรจุสิบกล่องวางบนสองพาเลต ควรแสดงความสัมพันธ์ของทั้งสามจำนวน ไม่เรียกทุกตัวเลขว่า “จำนวนหีบห่อ” เหมือนกัน

B/L และ AWB: เอกสารขนส่ง
Bill of Lading — B/L
สำหรับงานเรือ B/L หรือใบตราส่งสินค้าทางทะเลเป็นหลักฐานรับสินค้าและหลักฐานสัญญาขนส่ง ต้องดูชนิดเอกสารด้วย เพราะ B/L แบบสั่งจ่ายที่เปลี่ยนมือได้กับเอกสารที่เปลี่ยนมือไม่ได้ทำงานไม่เหมือนกัน B/L บางชนิดเป็นเอกสารสิทธิในสินค้า แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทุกฉบับเปลี่ยนมือหรือโอนกรรมสิทธิ์ได้แบบเดียวกัน
Sea Waybill เปลี่ยนมือไม่ได้และไม่ใช่เอกสารสิทธิในสินค้า ควรตกลงวิธีปล่อยของก่อนออกเดินทาง ว่าต้องใช้ต้นฉบับ ขั้นตอนคืนต้นฉบับหรือสั่งปล่อยที่ผู้ขนส่งยอมรับ หรือ Sea Waybill ตามกรณี ถามผู้ออกเอกสารโดยตรง ไม่ตัดสินจากชื่อบนไฟล์ PDF อย่างเดียว หากชำระผ่านเงื่อนไขเอกสารของธนาคารอาจมีข้อกำหนดเพิ่ม
Air Waybill — AWB
AWB หรือใบตราส่งสินค้าทางอากาศบันทึกข้อมูลชิปเมนต์และเป็นสัญญาขนส่งระหว่างผู้ส่งกับผู้ขนส่ง เป็นเอกสารที่เปลี่ยนมือไม่ได้ และไม่ได้ใช้โอนสิทธิแบบ B/L ทางเรือที่เปลี่ยนมือได้ เอกสารสายการบินกับผู้รับจัดการขนส่งอาจมีเลข Master และ House ต่างกัน หากเกี่ยวข้องควรเก็บทั้งสองเลขเพื่อให้ตัวแทนออกของและคลังระบุสินค้าได้ตรงกัน
ทั้งงานเรือและอากาศควรตรวจผู้ส่ง ผู้รับ ผู้รับแจ้งถ้ามี เส้นทาง จำนวนหีบห่อ น้ำหนัก และคำอธิบายสินค้า ก่อนออกฉบับจริง การแก้หลังออกเดินทางอาจใช้เวลา มีค่าใช้จ่าย หรือต้องแก้บัญชีสินค้า

หลักฐานถิ่นกำเนิด ใบอนุญาต และเอกสารประกอบ
Certificate of Origin (COO) หรือหลักฐานถิ่นกำเนิดรูปแบบอื่นที่ยอมรับ ใช้แสดงถิ่นกำเนิดตามวัตถุประสงค์นั้น การใช้สิทธิอัตราอากรพิเศษต้องเป็นไปตามความตกลง กฎถิ่นกำเนิด หลักฐานที่รับได้ และเงื่อนไขพิธีการ ไม่ใช่มี COO ใดก็ลดอากรได้ และประเทศที่ส่งสินค้าไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศถิ่นกำเนิด
หากจะใช้สิทธิ ควรตรวจความตกลงที่เกี่ยวข้องกับตัวแทนออกของก่อนส่ง ยืนยันว่าสินค้าผ่านเกณฑ์ หลักฐานมีข้อมูลและช่วงเวลาที่ถูกต้อง รวมถึงเงื่อนไขการส่งหรือขนส่ง อย่าคิดว่าจะขอหรือแก้หนังสือรับรองหลังของถึงได้เสมอ
อาจต้องใช้ใบอนุญาต ใบรับรองสินค้า ข้อมูลจำเพาะ แค็ตตาล็อก ส่วนประกอบ หลักฐานประกัน หรือค่าระวางเพิ่ม บางการอนุญาตต้องเตรียมก่อนส่ง รายการที่ถูกต้องต้องอิงสินค้าและพิธีการจริง เช็กลิสต์ทั่วไปไม่ได้ยืนยันว่าสินค้าควบคุมนำเข้าได้ตามกฎหมายแล้ว
Arrival Notice, Delivery Order และการปล่อยของ
| เอกสารหรือขั้นตอน | บอกอะไร | ใช้แทนอะไรไม่ได้ |
|---|---|---|
| ใบแจ้งสินค้ามาถึง (Arrival Notice) | ข้อมูลการมาถึงและคำแนะนำจากผู้ขนส่งหรือตัวแทน ต้องเช็กเวลาและค่าใช้จ่ายล่าสุด | ไม่ใช่ใบขนสินค้าขาเข้าหรืออนุญาตจากศุลกากรให้นำของออก |
| ใบสั่งปล่อยสินค้า — D/O | คำสั่งปล่อยของฝ่ายผู้ขนส่งหรือตัวแทน ตามเงื่อนไขเอกสารและการชำระ | ไม่ได้ทำให้ผ่านศุลกากรและเงื่อนไขท่าหรือคลังครบโดยตัวมันเอง |
| ใบขนสินค้าขาเข้าและการตรวจปล่อยศุลกากร | ข้อมูลที่สำแดงและการผ่านขั้นตอนตรวจปล่อยที่เกี่ยวข้อง | ไม่ได้ปลดเงื่อนไขค้างของผู้ขนส่ง ค่าท่าหรือคลัง และข้อกำหนดรับสินค้าโดยอัตโนมัติ |
ก่อนจัดรถ ให้ยืนยันการปล่อยของจากศุลกากร ฝ่ายผู้ขนส่ง และความพร้อมของท่าหรือคลังแยกกัน งานตู้ร่วมต้องแยกสินค้าเรียบร้อยด้วย ขอเลขอ้างอิงรับของ สถานที่ เวลาเปิดทำการ และข้อกำหนดนัดหมายให้ชัด
ตรวจทั้งชุดให้เป็นชิปเมนต์เดียวกัน
- คู่ค้า: ชื่อทางกฎหมาย ที่อยู่ ข้อมูลผู้นำเข้า และผู้รับต้องระบุตัวตนตรงตามที่ตั้งใจ ตรวจผู้รับแจ้งแยกด้วย
- สินค้าและจำนวน: คำอธิบาย รุ่นหรือรหัส และหน่วยต้องสัมพันธ์กัน อธิบายจำนวนชิ้น ชุด กล่อง และพาเลตให้เชื่อมกันได้
- ขนาดและน้ำหนัก: เช็กสุทธิกับรวม กิโลกรัมกับตัน ขนาด และจำนวนหีบห่อ อย่านำค่าประมาณก่อนแพ็กมาใช้เป็นตัวเลขสุดท้าย
- เลขอ้างอิงและมูลค่า: ตรวจเลข Invoice เลขขนส่ง เลขตู้และซีลถ้ามี สกุลเงิน การคำนวณ และเงื่อนไขที่ตกลง
- การแก้ไข: ให้ผู้ออกเอกสารที่รับผิดชอบแก้ข้อมูลและส่งฉบับล่าสุดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เก็บประวัติไว้ ไม่แก้เอกสารของอีกฝ่ายเงียบ ๆ

จัดเอกสารให้ทันการใช้งาน
ก่อนจอง ตกลงว่าใครส่งเอกสารแต่ละฉบับและต้องใช้เมื่อไร ตรวจข้อมูลก่อนออกเอกสารขนส่งฉบับจริง แล้วทวนทั้งชุดก่อนของถึง แยกกำหนดใบอนุญาตและหลักฐานถิ่นกำเนิดออกจากวันเรือหรือเที่ยวบิน เพราะอาจต้องดำเนินการก่อนหน้านั้น
ส่งไฟล์ที่อ่านชัดให้ตัวแทนออกของ พร้อมผู้ติดต่อที่ตอบเรื่องสินค้าได้ เก็บฉบับสุดท้ายและหลักฐานประกอบตามข้อกำหนดทางกฎหมายและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การตรวจล่วงหน้าไม่ได้รับประกันการปล่อยของ แต่ช่วยให้มีเวลาแก้ความคลาดเคลื่อนที่ป้องกันได้
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- ศุลกากรแหลมฉบัง · พิธีการและเอกสารนำเข้า
- DHL · ข้อมูลเอกสารศุลกากร
- DHL · หน้าที่ของเอกสารขนส่ง
- Maersk · ความต่างระหว่าง B/L กับ Sea Waybill
- IATA · ใบตราส่งทางอากาศและ e-AWB
- IATA · กฎขนส่งอากาศและ AWB
- กรมศุลกากร · กฎถิ่นกำเนิดไทย–ออสเตรเลีย ตัวอย่างเงื่อนไขเฉพาะความตกลง
- Maersk · เงื่อนไขปล่อยตู้สินค้า
- Maersk · ข้อมูลใบแจ้งสินค้ามาถึง
