ขั้นตอนนำเข้าสินค้า ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
งานนำเข้าไม่ได้เริ่มตอนเรือออก และไม่ได้จบแค่ศุลกากรปล่อยสินค้า แผนที่ใช้ได้จริงต้องเชื่อมตั้งแต่ตรวจข้อมูลสินค้า จัดขนส่ง เตรียมเอกสาร ผ่านขั้นตอนปล่อยของ ไปจนถึงผู้รับที่พร้อมรับสินค้า
บทความนี้อธิบายภาพรวมการนำเข้าสินค้าเพื่อการค้าเข้าไทย งานเรือกับงานอากาศเตรียมตัวหลายเรื่องคล้ายกัน แต่ใช้สถานที่ เอกสาร วิธีจัดการ และเวลาต่างกัน ขั้นตอนจริงยังขึ้นอยู่กับสินค้าและรูปแบบพิธีการที่ใช้ด้วย
ก่อนจองขนส่ง ต้องรู้ข้อมูลสินค้า
เริ่มจากอธิบายให้รู้ว่าสินค้าคืออะไร ทำจากอะไร ใช้ทำอะไร เป็นของใหม่หรือใช้แล้ว มูลค่า แหล่งกำเนิด จำนวน และวิธีบรรจุ พร้อมขนาดและน้ำหนักรวมหลังแพ็ก รูปสินค้า สเปก และแค็ตตาล็อกช่วยให้ตัวแทนออกของพิจารณาพิกัดศุลกากรหรือรหัสจำแนกประเภทสินค้า และเอกสารได้ดีกว่าคำกว้าง ๆ เช่น “อะไหล่”
ควรเช็กว่านำเข้าได้หรือไม่ก่อนตกลงขนส่ง การจองระวางไม่ได้ทำให้ของต้องห้ามกลายเป็นของที่นำเข้าได้ ส่วนของควบคุมอาจต้องมีใบอนุญาตหรือใบรับรองจากหน่วยงานที่ดูแล และบางเรื่องต้องจัดให้เสร็จก่อนส่งสินค้า ตรวจความพร้อมการลงทะเบียนผู้นำเข้า การมอบอำนาจตัวแทน และข้อกำหนดเฉพาะสินค้าด้วย
ตกลงขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ
เขียนให้ชัดว่าบริการเริ่มและจบตรงไหน ตั้งแต่รับสินค้า ทำส่งออก ขนส่งระหว่างประเทศ ทำพิธีการนำเข้า ค่าท่าหรือคลัง ส่งถึงปลายทาง และขนลง Incoterms® ช่วยแบ่งหน้าที่ ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย แต่ไม่ใช่ใบเสนอราคาขนส่งที่รวมทุกอย่าง หรือสัญญาของผู้ขนส่งแทนกันได้
ระบุสถานที่ให้เจาะจงพร้อมฉบับปี เช่น FCA [ช่องโหลดของผู้ขาย เมืองที่ระบุ], Incoterms® 2020 แล้วเช็กว่าใครจองผู้ขนส่ง ใครดูแลพิธีการนำเข้า และใครทำประกัน การที่ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งไม่ได้แปลว่ายังรับความเสี่ยงตลอดทาง และการใช้ Freight Forwarder ก็ไม่ได้ทำให้สินค้ามีประกันโดยอัตโนมัติ
เตรียมสินค้าและเอกสารที่ต้นทาง
ผู้ส่งต้องเตรียมบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับสินค้า เส้นทาง และการยกขน เช็กว่าวางซ้อนได้หรือไม่ ใช้โฟล์กลิฟต์ยกได้อย่างไร และมีข้อจำกัดสภาพแวดล้อมอะไร จองอุปกรณ์และบริการจากขนาดหลังแพ็กจริง พร้อมตกลง cut-off หรือเวลาสุดท้ายที่ต้องส่งสินค้าและเอกสารให้ทันเที่ยวขนส่งนั้น
ตรวจ Commercial Invoice, Packing List และคำสั่งจัดทำเอกสารก่อนออกใบตราส่ง ชื่อ รายละเอียด จำนวน หีบห่อ น้ำหนัก และเลขอ้างอิงควรสอดคล้องกัน จากนั้นดูแลพิธีการส่งออกตามที่ตกลง และเก็บหลักฐานรับสินค้ารวมถึงเลขซีลหากมี การแก้ข้อมูลก่อนออกเดินทางประสานงานได้ง่ายกว่าปล่อยให้แต่ละฝ่ายยื่นข้อมูลไม่ตรงกันแล้วค่อยตามแก้

ระหว่างทาง เตรียมรับสินค้าล่วงหน้า
ติดตามเที่ยวขนส่งและการเปลี่ยน ETD กับ ETA หรือวันออกและวันถึงโดยประมาณ ตัวเลขเหล่านี้ใช้วางแผน ไม่ใช่คำรับรองกำหนดถึง การต่อเที่ยว ตารางเรือ หรือเที่ยวบินอาจเปลี่ยน จึงควรแจ้งผู้รับและตัวแทนออกของ พร้อมปรับแผนรับสินค้าเมื่อจำเป็น
ส่งชุดเอกสารให้ตัวแทนออกของล่วงหน้า ตรวจเลขอ้างอิงขาเข้า และเตรียมวิธีจ่ายอากร ภาษี และค่าบริการ เช็กคลังหรือท่าที่สินค้าจะเข้า วิธีขอรับของ และเงื่อนไขเวลาฟรี งานอากาศรับผ่านสายการบินหรือคลังผู้ให้บริการ ไม่ใช่ลานตู้เรือ ส่วน LCL (Less than Container Load หรือการรวมสินค้าหลายรายในตู้) อาจต้องแยกสินค้าที่รวมตู้มาก่อนจึงจะรับเป็นรายงานได้

ยื่นใบขน ชำระ และผ่านการตรวจตามเงื่อนไข
ผู้นำเข้าหรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าตามพิธีการที่ใช้ พิกัด ราคาศุลกากร แหล่งกำเนิด และสิทธิที่ใช้ได้จริงมีผลต่อการประเมิน ไม่มีอัตราภาษีเดียวสำหรับทุกสินค้า ควรตรวจวิธีคำนวณและหลักฐาน ไม่ถือว่ารหัสที่ผู้ขายแนะนำหรือยอดภาษีประมาณการเป็นผลวินิจฉัยสุดท้าย
ศุลกากรใช้การบริหารความเสี่ยงในการตรวจปล่อย บางงานอาจไม่ต้องเปิดตรวจสินค้า ขณะที่บางงานต้องตรวจเอกสาร เปิดตรวจ หรือดำเนินการเพิ่ม ต้องจัดการชำระหรือวางประกันตามกรณี พร้อมใบอนุญาตและเงื่อนไขของหน่วยงานอื่นให้ครบ ผล Green Line ไม่ได้ยกเว้นการทำตามกฎหมาย และการถูกเลือกตรวจไม่ได้หมายความว่าทำผิดเสมอไป
แยกการปล่อยของให้ชัด ทั้งสามส่วน
คำว่า “ผ่านศุลกากรแล้ว” เป็นจุดสำคัญ แต่ไม่ได้แปลว่ารถเข้าไปรับของได้ทันทีเสมอ ต้องเช็กการปล่อยแต่ละส่วนกับผู้รับผิดชอบ เพราะเอกสาร การชำระ หรือสถานะงานที่ยังค้างเพียงเรื่องเดียวอาจทำให้รับของไม่ได้
- ศุลกากรปล่อย: ขั้นตอนและการควบคุมทางศุลกากรอยู่ในสถานะที่ให้นำของออกจากอารักขาได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ขนส่งปล่อย: สายเรือ สายการบิน หรือตัวแทนยืนยันเงื่อนไขเอกสารขนส่งและการชำระ อาจใช้ Delivery Order หรือวิธีสั่งปล่อยตามระบบของผู้ให้บริการ
- ท่าหรือคลังพร้อมส่งมอบ: ผู้ดูแลสถานที่ยืนยันว่าสินค้าพร้อม พร้อมตรวจเงื่อนไขรับของ เช่น ค่าบริการ การนัดหมาย ข้อมูลรถ หรือเอกสารผ่านประตู

ส่งถึงผู้รับ และปิดงานให้ครบ
เมื่อสถานะปล่อยชัดแล้วจึงจัดรถส่งต่อ แจ้งผู้รับเรื่องประเภทรถ ช่วงเวลาถึง จำนวนหีบห่อ และสิ่งที่ต้องใช้ขนลง เช็กทางเข้า อุปกรณ์ยก แรงงาน และใครรับหน้าที่ขนลงตามข้อตกลง ตอนรับควรบันทึกสภาพที่เห็นและจำนวนที่ขาด ถ่ายรูปปัญหา และแจ้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องทันที หลักฐานรับสินค้าควรตรงกับของที่ได้รับจริง
หากเป็นตู้ FCL (Full Container Load หรือการใช้ตู้เฉพาะราย) ของผู้ขนส่ง งานอาจยังไม่จบเมื่อถึงคลัง ต้องจัดขนลงและคืนตู้เปล่าที่ลานตามคำสั่งภายในเงื่อนไขที่ใช้ พร้อมเก็บหลักฐานคืนตู้ ค่าเก็บที่ท่าแยกจากค่าใช้ตู้ โดยทั่วไป demurrage เกี่ยวกับเวลาใช้ตู้ในท่า ส่วน detention เกี่ยวกับเวลาใช้ตู้นอกท่า แต่เงื่อนไขและเวลาฟรีอาจนับคนละแบบ จึงต้องดูเงื่อนไขสายเรือและผู้ดูแลสถานที่จริง ไม่สมมติว่าทุกค่ามีเวลาฟรีชุดเดียวกัน
เช็กลิสต์ก่อนให้สินค้าต้นทางออก
- ตรวจข้อมูลสินค้า ความพร้อมผู้นำเข้า และใบอนุญาตที่ต้องมีล่วงหน้าแล้ว
- ระบุ Incoterm จุดที่ตกลง ขอบเขตขนส่ง ประกัน และค่าที่ไม่รวมไว้ชัดแล้ว
- Invoice, Packing List คำสั่งจัดเอกสาร และเลขอ้างอิงตรงกัน รู้กำหนดส่งและผู้จัดเอกสารแต่ละฉบับ
- มีผู้ติดต่อและงานถัดไปชัดเจนสำหรับตัวแทนออกของ ตัวแทนผู้ขนส่ง ท่าหรือคลัง และผู้รับ
- วางแผนชำระอากรภาษี รับของ ขนลง และคืนตู้หากมี พร้อมเผื่อเวลาสำหรับการตรวจหรือเปลี่ยนตาราง
